Covid - 19 Share0 Tweet

รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ออกหลักเกณฑ์ การพิจารณา ไม่ใส่ท่อช่วย หายใจ ผู้ ป่ ว ย CV-19

Nabi
รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ออกหลักเกณฑ์ การพิจารณา ไม่ใส่ท่อช่วย หายใจ ผู้ ป่ ว ย CV-19

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา เพจเฟสบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว เผยประกาศโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ สำหรับ ผู้ ป่ ว ย CV-19 ระบุว่า

รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ออกหลักเกณฑ์ การพิจารณา ไม่ใส่ท่อช่วย หายใจ ผู้ ป่ ว ย CV-19

"ประกาศ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ เรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ สำหรับ ผู้ ป่ ว ย ติ ด เ ชื้ อ CV-19 "ในสถานการณ์ที่มีทรัพยากรในการรักษาจำกัด แพทย์ผู้รักษาพิจารณาไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ หรือให้คำปรึกษาเพื่อการไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ และมุ่งเน้นการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) ให้แก่ ผู้ ป่ ว ย ติ ด เ ชื้ อ CV-19 "

รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ออกหลักเกณฑ์ การพิจารณา ไม่ใส่ท่อช่วย หายใจ ผู้ ป่ ว ย CV-19

ทั้งนี้เนื้อหาในเอกสารมีการระบุว่า “เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโ ร ค ติ ด เ ชื้ อ ไ ว รั ส โ ค โ ร น า 2019 หรือ โ ค วิ ด 19 ที่เข้าขั้นวิกฤต อย่างรุนแรง ส่งผลให้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีอยู่ ไม่เพียงพอต่อการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่มีจำนวนมากขึ้น

รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ออกหลักเกณฑ์ การพิจารณา ไม่ใส่ท่อช่วย หายใจ ผู้ ป่ ว ย CV-19

จึงจำเป็นต้องใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ (Withholding Intubation) ผู้ ป่ ว ย ติ ด เ ชื้ อ CV-19 สำหรับการให้การรักษาพยาบาล ผู้ ป่ ว ย ที่ติดเ ชื้ อ CV-19 ที่เข้าให้สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานการให้การรักษาพยาบาล ผู้ ป่ ว ย ที่เข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติในสภาวการณ์ปัจจุบันนี้

รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ออกหลักเกณฑ์ การพิจารณา ไม่ใส่ท่อช่วย หายใจ ผู้ ป่ ว ย CV-19

ในสถานการณ์ที่มีทรัพยากรในการรักษาจำกัด แพทย์ผู้รักษาพิจารณาไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ หรือให้คำปรึกษาเพื่อการไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ และมุ่งเน้นการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) ให้แก่ผู้ ป่ ว ย ติ ด เ ชื้ อ CV-19 โดยแบ่ง 2 กรณี ดังนี้

รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ออกหลักเกณฑ์ การพิจารณา ไม่ใส่ท่อช่วย หายใจ ผู้ ป่ ว ย CV-19

"กรณีที่ 1 ผู้ป่วยมีการแสดงเจตนาไว้ล่วงหน้า"

  • ผู้ ป่ ว ย มีการแสดงเจตนาโดยวาจาหรือโดยลายลักษณ์อักษร (advance directive หรือ living will) ไม่ประสงค์ให้ใส่ท่อช่วยหายใจ หรือมีการประชุมครอบครัวร่วมกับผู้ตัดสินใจแทน (surrogate decision maker) แล้วมีข้อสรุปไม่ประสงค์ใส่ท่อช่วยหายใจ

*ตามประกาศคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง นิยามปฏิบัติการ (operational definition) ของคำที่เกี่ยวกับเรื่องการดูแลแบบประคับประคอง (paliative care) สำหรับประเทศไทย พ.ศ.2563 “ผู้ตัดสินใจแทน (surogate decision maker)

รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ออกหลักเกณฑ์ การพิจารณา ไม่ใส่ท่อช่วย หายใจ ผู้ ป่ ว ย CV-19

หมายถึง บุคคลที่ได้รับการมอบหมายจากผู้ป่วยให้ทำหน้าที่ตัดสินใจเลือกการรักษาที่เป็นไปตามความต้องการ ของผู้ป่วยขณะยังมีสติสัมปชัญญะ หมายรวมถึง ผู้แสดงเจตนาแทน หรือ บุคคลที่มีหน้าที่อธิบายความประสงค์ที่แท้จริงของผู้ทำหนังสือแสดงเจตนา โดยจะทำหน้าที่เมื่อผู้ป่วยหมดความสามารถในการตัดสินใจแล้ว สำหรับกรณีที่ไม่มีการมอบหมายไว้ ญาติหรือผู้ดูแลใกล้ชิด และทีมสหสาขาวิชาจะร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบ

รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ออกหลักเกณฑ์ การพิจารณา ไม่ใส่ท่อช่วย หายใจ ผู้ ป่ ว ย CV-19

"กรณีที่ 2 ผู้ป่วยไม่ได้มีการแสดงเจตนาไว้ล่วงหน้า"

แพทย์ผู้ดูแลพิจารณาไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ เมื่อมีผู้ป่วยมีลักษณะอย่างน้อย 2 ข้อจาก 4 ข้อ ดังต่อไปนี้

  1. อายุมากกว่า 75 ปี
  2. Charlson Comorbidity Index (CCI) > 4 โดยมีการให้คะแนน (ตามตารางสีเทาในรูปด้านล่าง)
รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ออกหลักเกณฑ์ การพิจารณา ไม่ใส่ท่อช่วย หายใจ ผู้ ป่ ว ย CV-19

3.Clinical Frailty Scale (CFS) ซึ่งมีความหมาย ดังนี้

  • CFS 6 หมายถึง มีความเปราะบางระดับปานกลาง (moderate frailty) คือ ผู้ป่วยที่ต้องการการช่วยเหลือในการทำกิจกรรมทุกอย่างทั้งนอกบ้านและในบ้าน ผู้ป่วยมักมีปัญหาในการใช้บันได ต้องการการช่วยเหลือในการอาบน้ำ และอาจต้องการการช่วยเหลือเล็กน้อยในการแต่งตัว
  • CFS 7 หมายถึง มีความเปราะบางระดับรุนแรง (severe frailty) คือ ผู้ป่วยที่มีภาวะโดยสมบูรณ์ (completely dependent ในการดูแลตนเองจากสาเหตุใด ๆ ก็ตาม ทั้งทางกายภาพหรือการทำงานของสมอง อาการคงที่และไม่ได้กำลังจะเสียชีวิตภายใน 6 เดือน
  • CFS 9 หมายถึง อยู่ในช่วงสุดท้ายของชีวิต (terminally ill) คือ ผู้ป่วยที่คาดว่าจะเกิน 6 เดือนอื่น ๆ ที่ไม่ได้มีภาวะเปราะบางระดับรุนแรง
รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ออกหลักเกณฑ์ การพิจารณา ไม่ใส่ท่อช่วย หายใจ ผู้ ป่ ว ย CV-19

4. เป็นผู้ป่วยระยะท้าย (end-of life)

โดยมีลักษณะต่าง ๆ ซึ่งประยุกต์จาก The Gold Standards Framework (GSF) Proactive Identification Guidance (PIG) Identify 2016 และ SPTCT Criteria 2019 อย่างน้อย 2 ข้อ ดังนี้

  • Palliative Performance Scale < 50% หรือ ECOG > 2
  • โรคมะเร็งที่อยู่ในระยะลุกลาม ไม่ตอบสนองต่อการรักษา
  • ตัวเลือกของการรักษา คือ จะไม่รักษาตัวโรคต่อไปอย่างเต็มที่ (active treatment) แต่มุ่งเน้นที่คุณภาพชีวิต
  • โรคอื่น ๆ ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา ที่สำคัญ เช่น
  • NYHA Class IIIV heart failure ที่เหนื่อยตลอดเวลาแม้ขณะพัก, นอนโรงพยาบาลด้วยเรื่อง heart failure > 3 ครั้งใน 6 เดือน หรือ 1 ครั้งสำหรับผู้ป่วยที่อายุ มากกว่าหรือเท่ากับ 75 ปี
รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ออกหลักเกณฑ์ การพิจารณา ไม่ใส่ท่อช่วย หายใจ ผู้ ป่ ว ย CV-19
  • COPD ที่มี FEV 1 < 30% predicted, on long term oxygen therapy, มีอาการหอบมาที่ห้องฉุกเฉินบ่อยครั้งแม้จะใช้ยาอย่างเต็มที่แล้ว หรือนอนโรงพยาบาลด้วยเรื่อง COPD > 3 ครั้ง/ปี
  • ESRD ที่ไม่ต้องการทำการบำบัดทดแทนไต หรือ อาการแย่ลงแม้จะได้รับการบำบัดทดแทนไตแล้ว
  • Cirrhosis ที่มี intractable asceites หรือมี encephalopathy
รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ออกหลักเกณฑ์ การพิจารณา ไม่ใส่ท่อช่วย หายใจ ผู้ ป่ ว ย CV-19

มีโรคทางระบบประสาทรุนแรง หรือมีภาวะปริชาญปัญญาบกพร่องอย่างมาก (severe cognitive impairment) ซึ่งมีอาการแสดง เช่น นอนติดเตียง ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันเองได้อยู่ในสภาวะเป็นผัก (vegetative state) ไม่สามารถสื่อสารด้วยคำพูด ไม่สามารถกลืนอาหารเองได้ มีประวัติปอดติดเชื้อจากการสำลัก (aspitation pneumonia) บ่อยครั้ง หรือมีประวัติระบบทางเดินหายใจล้มเหลว

ขอบคุณข้อมูลจาก สรยุทธ สุทัศนะจินดา

ขอบคุณภาพประกอบข่าวเพิ่มเติมจาก โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook