ต่างประเทศ Share0 Tweet

ฮังการีแบนคู่รักร่วมเพศ ไม่ให้รับอุปการะเด็ก ชี้พ่อแม่ต้องเป็นชาย-หญิงเท่านั้น

Shambhala TS
ฮังการีแบนคู่รักร่วมเพศ ไม่ให้รับอุปการะเด็ก ชี้พ่อแม่ต้องเป็นชาย-หญิงเท่านั้น

ฮังการีออกกฎหมายโหด สั่งห้ามชาวรักร่วมเพศอุปการะเลี้ยงดูเด็กเป็นลูกบุญธรรมอย่างเด็ดขาด ลงในรัฐธรรมนูญเขียนเป็นลายลักษณ์ชัดเจนว่า "พ่อต้องเป็นผู้ชาย แม่ต้องเป็นผู้หญิง"

ฮังการีแบนคู่รักร่วมเพศ ไม่ให้รับอุปการะเด็ก ชี้พ่อแม่ต้องเป็นชาย-หญิงเท่านั้น
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

กฎหมายข้างต้นนั้นได้รับการอนุมัติจาก ส.ส. ที่ลงมติเห็นด้วยกับมาตรการนี้ที่พุ่งเป้าไปยังกลุ่มรักร่วมเพศ หรือ LGBTQ โดยนายวิกโตร์ โอร์บาน นายกรัฐมนตรีของฮังการี อธิบายถึงเหตุผลของการเกิดมาตรการนี้ว่า กระบวนการทางอุดมการณ์ใหม่ หรือความเปิดกว้างในเรื่องเพศที่ได้รับอิทธิพลจากประเทศทางฝั่งตะวันตกนั้น ทำให้รัฐบาลจึงต้องปกป้องเด็กและเยาวชนจากการแทรกแซงทางอุดมการณ์หรือทางชีววิทยาที่อาจเกิดขึ้นได้ 

ฮังการีแบนคู่รักร่วมเพศ ไม่ให้รับอุปการะเด็ก ชี้พ่อแม่ต้องเป็นชาย-หญิงเท่านั้น
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

ทางด้าน ส.ส. ก็ได้เห็นดีเห็นงามกับมาตรการจากนากยรัฐมนตรีชาตินิยมคนนี้เป็นอย่างมาก ถึงขั้นเทคะแนนโหวตอย่างท่วมท้นเพื่อห้ามไม่ให้กลุ่มรักร่วมเพศสามารถรับเลี้ยงเด็กได้ โดยได้มองว่ากฎหมายฉบับใหม่นี้ ที่ซึ่งอนุมัติให้คู่รักที่แต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้นถึงจะรับอุปการะเด็กได้ มันเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดัน "ค่านิยมเก่า" ของตัวนายกรัฐมนตรีที่เป็นพวกอนุรักษ์นิยม

ฮังการีแบนคู่รักร่วมเพศ ไม่ให้รับอุปการะเด็ก ชี้พ่อแม่ต้องเป็นชาย-หญิงเท่านั้น
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

และนอกเหนือจากกฎหมายใหม่ซึ่งมีแนวคิดต่อต้านกลุ่ม LGBTQ อย่างชัดเจนแล้ว รัฐบาลฮังการียังทำให้เกิดความตื่นตระหนกในต่างประเทศด้วยสิ่งที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวว่าเป็นการโจมตีประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมอีกด้วย ซึ่งหลายฝ่ายก็พากันคาดเดาไปต่างๆนานาถึงเบื้องหลังเหตุผลที่แท้จริงของกฎหมายนี้ และเป็นที่น่าขบคิดมากว่ากฎหมายฉบับนี้ มีขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากการลาออกจากตำแหน่งของ โยเซฟ ไซอาร์ สมาชิกรัฐสภายุโรปหัวอนุรักษ์ผู้ต่อต้านการรักร่วมเพศ หลังจากที่เขาถูกจับได้ในขณะปีนหน้าต่างหนีการจับกุมของตำรวจในช่วงที่บุกทลายปาร์ตี้เซ็กซ์เกย์ผิดกฎหมายในเมืองบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม...

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: DailyMail



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook