การเมือง Share0 Tweet

แม่ผู้ต้องหา ยัน ลูกเป็นคนดี

Nabi
16 มิถุนายน 2562 - 16:43(แก้ไข)
แม่ผู้ต้องหา ยัน ลูกเป็นคนดี

แม่ผู้ต้องหาวินก่อเหตุสร้างความเดือดร้อน ทะเลาะวิวาทจนผู้อื่นกล่าวว่า ลูกชายเป็นคนอัธยาศัยดี นิสัยดี ไม่ได้เป็นคนเกเร หรือก้าวร้าว เขาไม่ได้เป็นคนยิง เขาไม่มีปืน

แม่ผู้ต้องหา ยัน ลูกเป็นคนดี

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คน ประกอบด้วย 1.นายปิยะ พวงเกษตร 2.นายรังสรรค์ ศรไชยากร 3.นายวันชัย มงคลเข็ม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง เลขที่ 266-268/2562 ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2562 ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว, ร่วมกันพกพาอาวุธเข้าไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และร่วมกันยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน

แม่ผู้ต้องหา ยัน ลูกเป็นคนดี

แม่ผู้ต้องหา ยัน ลูกเป็นคนดี
แม่ผู้ต้องหา ยัน ลูกเป็นคนดี

โดยควบคุมตัวได้แล้ว 2 คน คือ นายปิยะ หรือหมู พวงเกษร อายุ 45 ปี และนายรังสรรค์ หรือเอ็กซ์ ศรไชยากร อายุ 29 ปี พนักงานสอบสวนยังไม่ได้ให้ประกันตัวแต่อย่างใด อยู่ในระหว่างสอบปากคำและขยายผลการขับกุม เพื่อดำเนินคดีต่อไป

แม่ผู้ต้องหา ยัน ลูกเป็นคนดี
แม่ผู้ต้องหา ยัน ลูกเป็นคนดี
แม่ผู้ต้องหา ยัน ลูกเป็นคนดี

ด้านหญิงอายุ 54 ปี ซึ่งเป็นมารดาของนายรังสรรค์ สวมเสื้อวินเบอร์ 65 หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ลูกชายเป็นคนอัธยาศัยดี นิสัยดี ไม่ได้เป็นคนเกเร หรือก้าวร้าว ยืนยันว่าลูกชายอยู่ในเหตุการณ์จริง เพราะออกไปขับวิน พร้อมอยากขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย เนื่องจากลูกชายไม่ใช่คนยิง แต่ได้รับข้อหาร่วมกันฆ่า

“เขาไม่ได้เป็นคนยิง เขาไม่มีปืน เขาถือแต่กระบองพลาสติกที่มีไว้ป้องกันตัว เพราะทางโน้นแห่กันมาก่อน ซึ่งแม่ดูจากในคลิป น้องเขาขับวิน 101/1 แล้วมีเรื่องอะไรกันแม่ก็ไม่ทราบก็เห็นตามคลิปว่ามีการทะเลาะกัน ฝ่ายโน้นก็มีอาวุธ แต่ลูกชายไม่มีปืนแน่นอน ไม่ได้เป็นคนยิงแน่นอน ที่ลูกชายบอกคือเขาได้ยินเสียงปืนเฉยๆ ตอนนั้นชุลมุนมาก”

แม่ผู้ต้องหา ยัน ลูกเป็นคนดี
แม่ผู้ต้องหา ยัน ลูกเป็นคนดี
แม่ผู้ต้องหา ยัน ลูกเป็นคนดี
แม่ผู้ต้องหา ยัน ลูกเป็นคนดี

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก WorkpointNews

Loading...

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook