การเมือง Share0 Tweet

5 พรรคเล็ก ถอนตัวร่วมรัฐบาล ด้วยเหตุผลสุดพีค รับหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระ(มีคลิป)

Nabi
8 สิงหาคม 2562 - 17:02(แก้ไข)
5 พรรคเล็ก ถอนตัวร่วมรัฐบาล ด้วยเหตุผลสุดพีค รับหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระ(มีคลิป)

มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประกาศตัวทำหน้าที่ "ฝ่ายค้านอิสระ" ออกจากการร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ตั้งแต่วันนี้

5 พรรคเล็ก ถอนตัวร่วมรัฐบาล ด้วยเหตุผลสุดพีค รับหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระ(มีคลิป)

วันนี้ 8 ส.ค. 62 มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประกาศตัวทำหน้าที่ "ฝ่ายค้านอิสระ" ด้วยเหตุผล การขับเคลื่อนนโยบายพรรคไม่ชัดเจน พร้อมย้ำเรื่องการรักษาคำพูด และกล่าวซ้ำถึง นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ว่าเป็นชนวนเหตุ

5 พรรคเล็ก ถอนตัวร่วมรัฐบาล ด้วยเหตุผลสุดพีค รับหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระ(มีคลิป)
5 พรรคเล็ก ถอนตัวร่วมรัฐบาล ด้วยเหตุผลสุดพีค รับหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระ(มีคลิป)
5 พรรคเล็ก ถอนตัวร่วมรัฐบาล ด้วยเหตุผลสุดพีค รับหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระ(มีคลิป)

มงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า แนวทางการทำงานคือ นโยบายใดของรัฐบาลที่ดี ฝ่ายค้านอิสระก็พร้อมที่จะสนับสนุน แต่ถ้าหากนโยบายใดที่เห็นแล้วไม่เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และประเทศชาติ ก็จะไม่ยกมือสนับสนุน

5 พรรคเล็ก ถอนตัวร่วมรัฐบาล ด้วยเหตุผลสุดพีค รับหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระ(มีคลิป)
5 พรรคเล็ก ถอนตัวร่วมรัฐบาล ด้วยเหตุผลสุดพีค รับหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระ(มีคลิป)

ส่วนสาเหตุที่แท้จริงของการถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลในครั้งนี้ เนื่องจากว่ารู้สึกอึดอัด จากการที่รัฐบาลทำผิด ก็ต้องบอกว่าถูก ซึ่งมองว่า การเป็นฝ่ายค้านอิสระ น่าจะทำงานสะดวกกว่า ว่ากันไปตามเนื้อผ้าการทำงานของรัฐบาล

ด้านนายมงคลกิตติ์ ระบุส่งท้ายว่า ขณะนี้ 5 พรรคเล็กดังกล่าวตัดสินใจแล้ว และมีอีก 4 พรรค ยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจ ส่วนอีก 1 พรรคยังยืนยันที่จะทำหน้าที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลต่อไป

5 พรรคเล็ก ถอนตัวร่วมรัฐบาล ด้วยเหตุผลสุดพีค รับหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระ(มีคลิป)
5 พรรคเล็ก ถอนตัวร่วมรัฐบาล ด้วยเหตุผลสุดพีค รับหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระ(มีคลิป)
5 พรรคเล็ก ถอนตัวร่วมรัฐบาล ด้วยเหตุผลสุดพีค รับหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระ(มีคลิป)
5 พรรคเล็ก ถอนตัวร่วมรัฐบาล ด้วยเหตุผลสุดพีค รับหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระ(มีคลิป)
5 พรรคเล็ก ถอนตัวร่วมรัฐบาล ด้วยเหตุผลสุดพีค รับหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระ(มีคลิป)

ขอบคุณคลิปจาก WorkpointNews

Loading...

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook