การเมือง Share0 Tweet

ไพบูลย์ ยื่นค้าน 4 ญัตติ พรรคร่วมฝ่ายค้าน แก้รัฐธรรมนูญ ปิดสวิตช์ ส.ว. รื้อระบบเลือกตั้ง

Nabi
ไพบูลย์ ยื่นค้าน 4 ญัตติ พรรคร่วมฝ่ายค้าน แก้รัฐธรรมนูญ ปิดสวิตช์ ส.ว. รื้อระบบเลือกตั้ง

ไพบูลย์ ยื่นค้าน 4 ญัตติพรรคร่วมฝ่ายค้านแก้รัฐธรรม สภาควรยุติการพิจารณาญัตติทั้ง 4 ฉบับแล้วทำการตรวจสอบความถูกต้องทางกฎหมายก่อน ยันเจตนาดี ไม่ใช่ขวางการแก้ไขแต่ต้องตรวจสอบความถูกต้องก่อน

ไพบูลย์ ยื่นค้าน 4 ญัตติ พรรคร่วมฝ่ายค้าน แก้รัฐธรรมนูญ ปิดสวิตช์ ส.ว. รื้อระบบเลือกตั้ง

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร รับการยื่นหนังสือจาก นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎรยับยั้งการพิจารณาญัตติที่ ส.ส.ฝ่ายค้านร่วมกันเข้าชื่อเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญรวมจำนวน 4 ญัตติ เนื่องจาก เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2563 มี ส.ส.ฝ่ายค้าน ร่วมกันเข้าชื่อเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว 1 ฉบับ การเสนอเพิ่มอีก 4 ฉบับจึงเป็นการลงชื่อซ้ำ อาจเข้าข่ายกระทำไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ( 1)​ ที่ระบุให้ ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนที่มีอยู่คือ 98 คน เป็นผู้เสนอญัตติได้ แต่เมืีอรายชื่อผู้เสนอในแต่ละฉบับซ้ำกันอาจมีผลให้ญัตติทั้ง 4 ต้องตกจากการพิจารณาของสภาได้

นายไพบูลย์ ระบุถึงเหตุผลที่ทำให้เห็นว่า ญัตติดังกล่าวอาจตกไป เนื่องจากเทียบเคียงกับช่วงที่มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 สภาได้ส่งคำร้องตามที่ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยเสนอ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างกฎหมายงบประมาณตราขึ้นไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งกลับมาว่า ประเด็นที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น เป็นประเด็นเรื่องเดียวกันกับที่มี ส.ส. 30 คน เข้าชื่อซ้ำกันยื่นเสนอมาให้ศาลวินิจฉัย จึงทำให้จำนวนผู้ยื่นเสนอไม่ครบจำนวนตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น จากกรณีดังกล่าวตนจึึงเห็นว่าญัตติทั้ง 4 ฉบับที่จะเข้าสู่การพิจารณาจะเกิดปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกันกับกรณีข้างต้น สภาจึงควรยุติการพิจารณาญัตติทั้ง 4 ฉบับแล้วทำการตรวจสอบความถูกต้องทางกฎหมายก่อน ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายของวันพุธที่ 16 กันยายน 2563 ตนจะยื่นญัตติขอให้รัฐสภามีมติส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีปัญหาอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา เกี่ยวกับการพิจารณาและรับรองญัตติที่อาจมีปัญหา อย่างไรก็ตาม นายไพบูลย์ระบุว่าการดำเนินการของตนไม่ใช่ขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเจตนาดีที่จะต้องตรวจสอบความถูกต้องก่อน ไม่ให้เรื่องที่มีปัญหาเข้าสู่สภา

ด้าน นายสมบูรณ์ กล่าวว่าญัตติที่ ส.ส.เสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากพิจารณาแล้วว่ามีจำนวนผู้เข้าชืีอเสนอครบ 1 ใน 5 และมีเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งไม่ใช่การเสนอขอแก้ไขกฎหมายที่เป็นการปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และเป็นการเปลี่ยนรูปแบบของรัฐ รวมถึงมีหลักการเหตุผลและสาระสำคัญในการแก้ไขครบถ้วน สามารถนำเข้าสู่การพิจารณาได้ ซึ่งกรณีที่การเข้าชืีอเสนอซ้ำกันนั้น ส่วนตัวเห็นว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้จำกัดสิทธิไว้

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก วิทยุรัฐสภา



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook