โซเชียล Share0 Tweet

เพราะเมียแอบติด GPS ไว้ กันผัวหนีเที่ยว รถหายจึงได้คืน โจรไม่ได้แอ้ม

Nabi
15 พฤษภาคม 2562 - 13:39(แก้ไข)
เพราะเมียแอบติด GPS ไว้ กันผัวหนีเที่ยว รถหายจึงได้คืน โจรไม่ได้แอ้ม
ว่าด้วยเรื่องโจรขโมยนับว่าเป็นอีกเรื่องที่ใกล้ตัวเรามาก ๆ ยิ่งสังคมปัจจุบันนี้มีโจรผู้ร้ายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ไปที่ไหนเราก็ต้องระวังเนื้อระวังตัว ล่าสุดเกิดเหตุกับหญิงสาวโดนขโมยรถที่พึ่งจะซื้อมา แต่โชคดีที่เธอติด จีพีเอส ติดตามรถไว้เลยได้รถกลับคืนมา
เพราะเมียแอบติด GPS ไว้ กันผัวหนีเที่ยว รถหายจึงได้คืน โจรไม่ได้แอ้ม
ร.ต.อ.พงษ์ฤทธิ์ รักไทย รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองอุบลราชธานี รับแจ้งจากศูนย์ 191 มีเหตุลักทรัพย์รถยนต์กระบะ จากบ้านเลขที่ 79 ม.5 ต.กระโสบ อ.เมืองอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดจับและประสานงานไปพื้นที่ใกล้เคียงที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ นางสาวปิยะนุช พาแก้ว อายุ 29 ปี เจ้าของรถยืนคอยเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งให้การว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นใคร เข้ามาขับรถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ ดีแม็ค สีบอร์น หมายเลขทะเบียน บห 125 อุบลราชธานี ออกไปจากบ้านโดยที่กุญแจรถยังอยู่ภายในบ้าน
เพราะเมียแอบติด GPS ไว้ กันผัวหนีเที่ยว รถหายจึงได้คืน โจรไม่ได้แอ้ม

เพราะเมียแอบติด GPS ไว้ กันผัวหนีเที่ยว รถหายจึงได้คืน โจรไม่ได้แอ้ม

ต่อมา นางสาวปิยะนุช แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าสามารถตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีผ่านระบบติดตาม จีพีเอส จากโทรศัพท์มือถือที่ซ่อนไว้ในรถได้ กระทั่งพบรถจอดไว้ในบ้านร้างในหมู่บ้านมัณฑนา ซอย 28 ม.6 ต.ขามใหญ่ อ.เมืองอุบลราชธานี โดยถอดแผ่นป้ายทะเบียนทั้งด้านหน้าและด้านหลังออกเพื่อปิดบังอำพราง ตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้เคียงพบรถยนต์ของนางสาวปิยะนุช เข้ามาจอดภายในบ้านร้างเวลาประมาณ 21.31 น.หลังจากนั้นได้มีชายเดินจากรถเข้าไปในบ้านฝั่งตรงข้ามที่คนร้ายเอารถมาจอด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปตรวจสอบภายในบ้านหลังดังกล่าวพบ นายพงษ์ (นามสมมุติ) ชาวบ้านกระโสบ ต.กระโสบ อ.เมืองอุบลราชธานี และนางสาวกบ (นามสมมุติ) แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน

เพราะเมียแอบติด GPS ไว้ กันผัวหนีเที่ยว รถหายจึงได้คืน โจรไม่ได้แอ้ม
เพราะเมียแอบติด GPS ไว้ กันผัวหนีเที่ยว รถหายจึงได้คืน โจรไม่ได้แอ้ม
เพราะเมียแอบติด GPS ไว้ กันผัวหนีเที่ยว รถหายจึงได้คืน โจรไม่ได้แอ้ม

นายพงษ์ให้การปฏิเสธอ้างว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับรถที่ถูกโจรกรรม ต่อมานายวุฒิไกร สังขรมย์ อายุ 30 ปี สามีของนางสาวปิยะนุช เข้ามาสังเกตการณ์ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดคุยกับนายพงษ์ จำได้ว่านายพงษ์เป็นเซลล์ที่ขายรถคันดังกล่าวให้ตนเมื่อปี 61 ครั้งนั้นนายพงษ์เป็นผู้ที่นำรถมาส่งให้ที่บ้านและให้กุญแจรถให้เพียงดอกเดียวเท่านั้นส่วนดอกสำรองไม่มีมาให้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เชิญตัวนายพงษ์และนางสาวกบมาสอบถามที่ สภ.เมืองอุบลราชธานี เนื่องจากมีความบังเอิญที่ รถของผู้เสียหายถูกนำมาซ่อนฝั่งตรงข้ามบ้านที่นายพงษ์อยู่ อีกทั้งเป็นผู้ขายรถคันดังกล่าวให้ผู้เสียหาย เป็นคนบ้านเดียวกันกับที่เกิดเหตุ ขั้นต้นทั้งสองคนยังคงให้แย้งกันเองปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับการโจรกรรมครั้งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ใด เพียงแต่นัดให้นายพงษ์และนางสาวกบ เข้ามาให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้งในช่วงบ่าย

เพราะเมียแอบติด GPS ไว้ กันผัวหนีเที่ยว รถหายจึงได้คืน โจรไม่ได้แอ้ม
เพราะเมียแอบติด GPS ไว้ กันผัวหนีเที่ยว รถหายจึงได้คืน โจรไม่ได้แอ้ม

นางสาวปิยะนุชเปิดเผยถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ว่า ตนและสามีกำลังทำธุระอยู่ในบ้านก็ได้ยินเสียงขับรถออกไปโดยไม่ทราบว่าใครเป็นคนขับไปเพราะกุญแจรถก็ยังอยู่ในบ้าน เมื่อมั่นใจว่ารถถูกโจรกรรมสามีจึงได้ออกตามหารถ และยังเป็นความโชคดีที่ตั้งสตินึกขึ้นได้ว่า แอบเอามือถือเก่ามาเปิดระบบจีพีเอสแล้วนำไปซ่อนไว้ในรถกระบะของสามี เพื่อติดตามดูพฤติกรรมไม่ให้หนีไปเที่ยวดื่มสุรากับเพื่อน เมื่อเปิดระบบดูก็พบว่ารถได้วิ่งไปจอดอยู่แถวบ้านดอนแคซอย 28 ต.ขามใหญ่ อ.เมืองอุบลราชธานี จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ จนกระทั่งติดตามคืนได้ในที่สุด.

เพราะเมียแอบติด GPS ไว้ กันผัวหนีเที่ยว รถหายจึงได้คืน โจรไม่ได้แอ้ม
เพราะเมียแอบติด GPS ไว้ กันผัวหนีเที่ยว รถหายจึงได้คืน โจรไม่ได้แอ้ม
เพราะเมียแอบติด GPS ไว้ กันผัวหนีเที่ยว รถหายจึงได้คืน โจรไม่ได้แอ้ม

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก ข่าวช่องวัน 

Loading...

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook