โซเชียล Share0 Tweet

หัวใจแหลกสลาย พ่อแม่พาลูก 1 ขวบไปรับจ้างด้วย ต้นทุเรียนล้มทับลูกดับ ต่อหน้าต่อตา

Nabi
หัวใจแหลกสลาย พ่อแม่พาลูก 1 ขวบไปรับจ้างด้วย ต้นทุเรียนล้มทับลูกดับ ต่อหน้าต่อตา

หัวใจแหลกสลาย พ่อแม่พาลูก 1 ขวบไปรับจ้างด้วย ต้นทุเรียนล้มทับลูกดับ ต่อหน้าต่อตาผู้เป็นย่า จนหน้าคว่ำลงกับพื้นดิน ได้ยินเสียงสำลักจากน้องนดล ย่าถึงกับช็อกตั้งสติได้ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ

หัวใจแหลกสลาย พ่อแม่พาลูก 1 ขวบไปรับจ้างด้วย ต้นทุเรียนล้มทับลูกดับ ต่อหน้าต่อตา

วานนี้ 15 พ.ค. 2563 เวลาประมาณ 18.00 น. ทีมข่าวอีจันรายงานว่า ที่บ้านลางตาง หมู่ที่ 19 ต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร เป็นสวนทุเรียน สวนมังคุดขนาด 40 ไร่ นางสาวศิริลักษ์ อายุ 22 ปี นายวรุฒ โคตะบิน อายุ 28 ปี พ่อและแม่ พร้อมกับปู่ย่า ได้เร่งนำร่างของ ด.ช.ธนดล โคตะบิน อายุ 1 ขวบ 10 เดือน ในสภาพหมดสติไม่รู้สึก ส่ง ร.พ.พะโต๊ะ แต่เมื่อมาถึงมือแพทย์ พบว่าเสียชีวิตก่อนหน้านั้นแล้ว ทำเอาคนทั้ง 4 ถึงกับปล่อยโฮด้วยความเสียใจ

หัวใจแหลกสลาย พ่อแม่พาลูก 1 ขวบไปรับจ้างด้วย ต้นทุเรียนล้มทับลูกดับ ต่อหน้าต่อตา
หัวใจแหลกสลาย พ่อแม่พาลูก 1 ขวบไปรับจ้างด้วย ต้นทุเรียนล้มทับลูกดับ ต่อหน้าต่อตา

นางนุจรินทร์ ซึ่งเป็นย่าของ น้อง นดล เล่าว่าช่วงเย็นของวานนี้ หลังจากเสร็จภารกิจในสวนทุเรียนของนางอำพัน ยุติมิตร อายุ 50 ปี เจ้าของสวนทุเรียน สวนมังคุด คนในครอบครัวทั้งหมดได้พากันไปปีนต้นสะตอ บนภูเขาใกล้สวนทุเรียน เพื่อเก็บสะตอมาทำอาหาร น้องนดล บอกนางนุจรินทร์ ว่าปวดท้องอยากถ่ายหนัก ย่าจึงพาน้องนดลถ่ายหนักใต้ต้นมังคุด เมื่อเสร็จแล้ว ได้เดินจูงมือน้องนดลกลับไปหาพ่อแม่กำลังเก็บสะตอ เมื่อเดินมาได้สักพัก น้องนดล พูดขึ้นตามประสาเด็กที่เริ่มหัดพูดว่า “ไปเอามือถือพ่อมาเล่น” พูดยังไม่ทันขาดคำ ต้นทุเรียนหมอนทองขนาดยาวกว่า 5 เมตร ใหญ่เท่า 1คนโอบ ซึ่งยืนตายซากริมทางเดินได้ล้มทับลงบนร่างของ น้องนดลอย่างแรง จนหน้าคว่ำลงกับพื้นดิน ได้ยินเสียงสำลักจากน้องนดล ย่าถึงกับช็อกตั้งสติได้ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ

หัวใจแหลกสลาย พ่อแม่พาลูก 1 ขวบไปรับจ้างด้วย ต้นทุเรียนล้มทับลูกดับ ต่อหน้าต่อตา
หัวใจแหลกสลาย พ่อแม่พาลูก 1 ขวบไปรับจ้างด้วย ต้นทุเรียนล้มทับลูกดับ ต่อหน้าต่อตา

นางอำพันเจ้าของสวนรีบนำรถยนต์กระบะมานำร่างของน้องนดล ส่ง ร.พ.พะโต๊ะที่ห่างไปจากจุดเกิดเหตุถึง 40 กว่า กม. แต่ น้องนดล แน่นิ่งไปก่อนที่รถจะออกจากสวนทุเรียน เมื่อถึง รพ.พะโต๊ะแพทย์บอกว่า น้องนดลสิ้นใจแล้ว”

นางนุจรินทร์ และ นางสาวศิริลักษ์ ตกลงกันว่าจะนำศพของ น้องนดลกลับไปยัง จ.นครพนมบ้านเกิดเพื่อบำเพ็ญกุศลศพ แต่เมื่อได้ทราบค่าใช้จ่ายในการขนศพกลับไป จ.นครพนม ถึงกับเขาอ่อน เนื่องจากในครอบครัวมีเงิน เพียง 70 บาทเท่านั้น สร้างความสลดใจแก่ชาวบ้านที่ทราบเหตุการณ์ จึงพยายามพูดให้ ครอบครัวของน้องนดล จัดบำเพ็ญกุศลศพที่ วัดฟาติมะ ใน อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร หลังจากพ้นสถานการณ์โควิดแล้ว และมีเงินเหลือจึงค่อยนำกระดูกของน้องนดล กลับไปทำบุญที่บ้านเกิดอีกครั้ง แต่ ก็เกิดเรื่อเศร้าขึ้นอีกเมื่อไม่มีเงินซื้อโลงศพ และ เช่าโลงแอร์ หน่วยกู้ภัยพะโต๊ะจึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือไปขอโลงศพสำหรับศพไร้ญาติจากวัดแห่งหนึ่ง ใน อ.พะโต๊ะ และ ได้รับความเมตตาจากร้านให้เช่าโลงแอร์ให้ยืมโลงแอร์โดยไม่คิดเงิน รวมถึง นางอำพันเจ้าของสวนทุเรียนที่ออกค่าบำเพ็ญกุศลศพให้จำนวนหนึ่ง

หัวใจแหลกสลาย พ่อแม่พาลูก 1 ขวบไปรับจ้างด้วย ต้นทุเรียนล้มทับลูกดับ ต่อหน้าต่อตา
หัวใจแหลกสลาย พ่อแม่พาลูก 1 ขวบไปรับจ้างด้วย ต้นทุเรียนล้มทับลูกดับ ต่อหน้าต่อตา

นางนุจรินทร์ ย่าของน้องนดล เล่าว่า เป็นคนพื้นเพ จากจ.นครพนม อาชีพทำนาในปีนี้ได้เกิดความแห้งแล้งมาก จนต้นกล้าในนาตายทั้งหมด จึงเดินทางมายัง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร เมื่อ 11 วันที่ผ่านมา เจอกับนางอำพัน พามาทำสวนทุเรียน ที่ หมู่ที่ 19 ต.พะโต๊ะที่เกิดเหตุ โดยให้อาศัยในกระท่อมทั้งครอบครัว ได้เริ่มทำงานให้กับนางอำพันบ้างเนื่องจากทุเรียนและมังคุดกำลังจะเริ่มออกผลและเก็บขายได้ จนมาเกิดเหตุการณ์ ต้นทุเรียนที่ยืนตายซากล้มทับ น้องนดลจนเสียชีวิต นางนุจรินทร์ บอกว่า ครอบครัว ของตัวเองได้นำเงินทั้งหมดไปกับการหว่านนาข้าว และ เดินทางมายัง จ.ชุมพร เพื่อรับจ้างทำงานไม่ทันที่จะได้ค่าจ้าง และเหลือเงินทั้งครอบครัวเพียง 70 บาทเท่านั้น นางนุจรินทร์ พูดทั้งน้ำตาที่คลอ เมื่อชาวบ้านที่ทราบเหตุการณ์ได้ยิน ถึงกับช่วยกันบริจาคเงินเพื่อทำบุญช่วยครอบครัวน้องนดลคนละเล็กละน้อยจะได้ ใช้ในการบำเพ็ญกุศลศพน้องนดลด้วย

หากผุ้ใจบุญท่านไดอยากช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต สามารถบริจาคได้ที่ บัญชีธนาคารของ นส.ศิริลักษ์ แม่ของน้องนดล หมายเลข 020118979481 ธนาคาร ธกส.

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก อีจัน 



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook