โซเชียล Share0 Tweet

โฆษก คลัง ยืนยันรัฐบาลดูแลคนไทย 66 ล้านคน ไม่ได้มีเฉพาะมาตรการ 5,000 บาท

Nabi
โฆษก คลัง ยืนยันรัฐบาลดูแลคนไทย 66 ล้านคน ไม่ได้มีเฉพาะมาตรการ 5,000 บาท

โฆษก คลัง ยืนยันรัฐบาลดูแลคนไทย 66 ล้านคน ไม่ได้มีเฉพาะมาตรการ 5,000 บาท ประชากรไทยประมาณ 66 ล้านคน โดยกลุ่มแรงงาน 40 ล้านคน กลุ่มแรงงาน แบ่งออกเป็น 8 กลุ่ม สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนไม่สำเร็จประมาณ 1.7 ล้านคน นั้น ยืนยันว่าไม่ตกหล่น กระทรวงการคลังจะดูแลแน่นอน

โฆษก คลัง ยืนยันรัฐบาลดูแลคนไทย 66 ล้านคน ไม่ได้มีเฉพาะมาตรการ 5,000 บาท

เมื่อวานนี้ 16 พ.ค.2563 นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการด้านมาตรการช่วยเหลือเยียวยา คือ ดูแลการเยียวยาของภาครัฐให้ครอบคลุมให้ทั่วถึงกับพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม เพราะฉะนั้นมาตรการเยียวยาของภาครัฐตอนนี้ไม่ได้มีเฉพาะมาตรการ 5,000 บาท รวมทั้งมาตรการอื่น ๆ ออกมาเป็นระยะ ๆ เพื่อให้เกิดความครอบคลุมกับพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม ประชากรไทยประมาณ 66 ล้านคน โดยกลุ่มแรงงาน 40 ล้านคน กลุ่มแรงงาน แบ่งออกเป็น 8 กลุ่ม คือ

โฆษก คลัง ยืนยันรัฐบาลดูแลคนไทย 66 ล้านคน ไม่ได้มีเฉพาะมาตรการ 5,000 บาท
โฆษก คลัง ยืนยันรัฐบาลดูแลคนไทย 66 ล้านคน ไม่ได้มีเฉพาะมาตรการ 5,000 บาท
  • กลุ่มที่ 1 แรงงานในระบบที่ได้รับการเยียวยาผ่านสำนักงานประกันสังคม โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 11 ล้านคน
  • กลุ่มที่ 2 แรงงานอิสระ กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานที่ดูแล “โครงการเราไม่ทิ้งกัน” มาตรการ 3 เดือน ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผ่านเกณฑ์ประมาณ 15 ล้านคน โดยจะมีผู้ผ่านเกณฑ์เพิ่มขึ้น โดยกลุ่มเป้าหมาย 16 ล้านคน
  • กลุ่มที่ 3 เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย 10 ล้านคน โดยมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานที่ดูแล มาตรการเยียวยา 5,000 บาท 3 เดือน เป็นต่อครอบครัว หัวหน้าครัวเรือนเกษตรเป็นผู้ได้รับเงิน
  • กลุ่มที่ 4 มีประมาณ 3 ล้านคน เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ อาทิ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการในหน่วยงานของท้องถิ่น ซึ่งวันนี้รัฐบาลดูแลท่านอยู่ โดยยังไม่มีการลดเวลาการทำงานหรือลดเงินเดือน เมื่อนำทั้งกลุ่ม 1 – 4 รวมกันจะได้ตัวเลขประมาณ 40 ล้านคน ซึ่งกลุ่มนี้ได้รับการดูแลแต่ละมาตรการอยู่แล้ว
  • กลุ่มที่ 5 กลุ่มเปราะบาง ประกอบด้วย เด็กแรกเกิด ผู้สูงอายุ คนพิการ มีจำนวน 13 ล้านคน โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กำลังเสนอมาตรการเพื่อที่จะดูแลประชาชนกลุ่มนี้
  • กลุ่มที่ 6 กลุ่มผู้มีรายได้น้อย เป็นกลุ่มที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีจำนวนเต็มที่ 14.6 ล้านคน แต่วันนี้การเยียวยาของภาครัฐจะเน้นการเยียวยาที่จะไม่ซ้ำซ้อนกันระหว่างกลุ่ม ดังนั้นนำ 14.6 ล้านคนของผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ หักออกจากกลุ่มที่ 1 -4 ในกรณีที่มีความซ้ำซ้อน จะเหลือกลุ่มผู้ที่มีรายได้น้อยที่มาตรการของภารรัฐยังลงไปไม่ถึงประมาณ 2.4 ล้านคน
  • กลุ่มที่ 7 คือ กลุ่มคนลงทะเบียนไม่สำเร็จ เป็นกลุ่มที่มีผู้มาร้องเรียนจำนวนมากที่กระทรวงการคลังและกรมประชาสัมพันธ์ ประมาณ 1.7 ล้านคน ภาครัฐดูแลอยู่ในขณะนี้
  • กลุ่มที่ 8 ผู้ที่ได้รับผลกระทบทางสังคมกรณีฉุกเฉินประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีกลไกและระเบียบรองรับอยู่แล้ว
โฆษก คลัง ยืนยันรัฐบาลดูแลคนไทย 66 ล้านคน ไม่ได้มีเฉพาะมาตรการ 5,000 บาท
โฆษก คลัง ยืนยันรัฐบาลดูแลคนไทย 66 ล้านคน ไม่ได้มีเฉพาะมาตรการ 5,000 บาท

ทั้งนี้ ลดความซ้ำซ้อนกลุ่มที่ 5 – 8 จะมีจำนวนเหลือไม่เกิน 12.5 ล้านคน และ กลุ่มที่ 8 อายุต่ำกว่า 18 ปี อีก 13.5 ล้านคน ซึ่งรัฐบาลพร้อมที่จะดูแลประชาชนทุกกลุ่ม 66 ล้านคน จากมาตรการต่างๆ ที่ได้ดำเนินการไปแล้วและยังมีอีกหลายมาตรการที่จะเริ่มต้น

นายลวรณ กล่าวว่า รัฐบาลดูแลประชาชนผู้ประกอบการผ่านมาตรการอื่น ๆ อีก อาทิ กลุ่มประชาชน คือ การบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย การป้องกันโรค เพิ่มสภาพคล่องในช่วงวิกฤตโควิด-19 โดยยืดภาระการเสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดา จากเดือนมีนาคมออกไปเดือนสิงหาคม การชะลอการลดการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ด้านป้องกันโรค คือ หากป่วยโควิด-19 ตรวจฟรี รักษาฟรี แจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงทุกคน ดูแลทั้งการแพทย์ในทุก ๆ มิติ นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมสินเชื่อฉุกเฉินให้กับประชาชน วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท สามารถกู้โดยไม่ต้องมีหลักประกันใด ๆ ที่ธนาคารออมสินและธกส. แห่งละ 2 หมื่นล้าน ซึ่งดอกเบี้ยร้อยละ 0.1 ต่อเดือนเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อพิเศษวงเงิน 50,000 บาทต่อคน ดอกเบี้ยร้อยละ 0.35 ต่อเดือน โดยให้มีหลักประกันบ้างสามารถติดต่อที่ธนาคารออมสิน

โฆษก คลัง ยืนยันรัฐบาลดูแลคนไทย 66 ล้านคน ไม่ได้มีเฉพาะมาตรการ 5,000 บาท

กลุ่มของผู้ประกอบการ คือ ลดค่าใช้จ่ายการดูแลป้องกันโรคและเพิ่มสภาพคล่อง โดยการลดค่าใช้จ่ายที่สำคัญ คือ การจ้างงาน โดยภาคธุรกิจที่รักษาระดับการจ้างงานไว้ในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. สามารถนำค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานไปหักค่าใช้จ่าย 3 เท่า เป็นแรงจูงใจให้ดูแลแรงงานและรักษาการจ้างงานไว้ นอกจากนี้ การยืดระยะเวลาการเสียภาษีนิติบุคคล จะช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายให้มีสภาพคล่องในมือมากขึ้นเช่นกัน การยกเว้นภาษีอากรนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและรักษาโควิด โดยสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ประกอบการคือ มาตรการเติมเงินรักษาสภาพคล่องให้กับธุรกิจคือ การลดภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากปกติต้องเสียในอัตราร้อยละ 3 วันนี้เสียร้อยละ 1.5 กระทรวงการคลังได้มีนโยบายที่ชัดเจน การขอคืน VAT ถ้ายื่นผ่านระบบ 15 วัน จะได้เงินคืน ถ้าหากยื่นเอกสารใช้เวลา 45 วัน นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยยังเตรียมเงิน 5 แสนล้านบาท สำหรับสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อกระจายลงไปธุรกิจต่างๆ

สำหรับการผ่อนคลายต่าง ๆ ของภาครัฐ โดยการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมีผลต่อการเข้าถึงการบริการทางการเงินเป็นอย่างมาก โดยให้มีการผ่อนคลายมาตรการของการเป็นลูกหนี้ NPL ให้กลับมาเป็นลูกหนี้ที่ดี เพื่อให้สามารถเข้าถึงการบริการทางการเงินได้ ยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมดูแลคนทุกกลุ่ม ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างถ้วนหน้าตามมาตรการที่เหมาะสมที่แตกต่างกันไป และพร้อมที่จะออกมาตรการดูแลอย่างทันท่วงทีให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลจะมีมาตรการออกมา รองรับได้อย่างทันท่วงทีและมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้พี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการสามารถผ่านวิกฤติโควิด-19 นี้ไปได้ด้วยกัน

โฆษก คลัง ยืนยันรัฐบาลดูแลคนไทย 66 ล้านคน ไม่ได้มีเฉพาะมาตรการ 5,000 บาท

เมื่อถามว่า มาตรการช่วยเหลือเยียวยา 5,000 บาท ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนบางรายได้รับ แจ้งว่าเป็นเกษตรกร ทำให้ผู้ที่ยังไม่ได้รับเงินกลัวว่าจะตกหล่นนั้น

นายลวรณ ชี้แจงว่า กระทรวงการคลังได้มีการส่ง SMS ไปยังผู้ลงทะเบียนโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” แจ้งว่าเป็นหัวหน้าครัวเรือนเกษตรนั้น ประมาณ 470,000 คนนั้น ขณะนี้กระทรวงการคลังได้มีการปรับปรุงข้อมูลเรียบร้อย จะดำเนินการจ่ายเงินทั้งหมดได้พุธหน้า สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนไม่สำเร็จประมาณ 1.7 ล้านคน นั้น ยืนยันว่าไม่ตกหล่น กระทรวงการคลังจะดูแลแน่นอน

อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้ลงทะเบียนไม่สำเร็จและกลุ่มผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียน เป็นคนละกลุ่มแตกต่างกัน เพราะกลุ่มผู้ลงทะเบียนไม่สำเร็จนั้น กระทรวงการคลังมีข้อมูลครบถ้วน สามารถดำเนินการต่อได้ ซึ่งขณะนี้ “โครงการเราไม่ทิ้งกัน” ปิดลงทะเบียนแล้ว ดังนั้น ผู้ที่ยังไม่เคยลงทะเบียน จะต้องไปดูการช่วยเหลือจากมาตรการอื่นๆ ของภาครัฐที่จะออกมา เพื่อมิให้ตกหล่นใครเลย สำหรับกลุ่มที่เป็นทั้งข้าราชการและเกษตรกรนั้น กระทรวงการคลังจะได้ดำเนินตรวจสอบความซ้ำซ้อน และส่งข้อมูลชุดนี้ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว เชื่อว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมต่อไป

สำหรับบุคคลที่เดือดร้อนมีข้อร้องเรียน สามารถเดินทางไปธนาคารรัฐทุกแห่งได้ทุกสาขา ซึ่งปัญหาร้องเรียนส่วนใหญ่แบ่งออกได้ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนเลย ขอให้ดูมาตรการอื่น ที่รัฐบาลจะดูแลอาจไม่จำเป็นต้องเดินทางมา กลุ่มที่ 2 คือผู้ลงทะเบียนไม่สำเร็จประมาณ 1.7 ล้านคนแม้ว่าไม่มาร้องเรียน รัฐบาลกลับมาดูแล ไม่ตกหล่น กรณีกลุ่มบัญชีไม่ตรง ซึ่งหลายรายได้ไปผูกบัญชีพร้อมเพย์แล้ว ซึ่งสัปดาห์หน้าจะมีการโอนเงินให้กลุ่มนี้ วันอังคาร 700,000 คน และ วันพุธโอนให้กลุ่มที่เคยได้รับแจงเป็นหัวหน้าครัวเรือนเกษตร อีก 400,000 คน และในวันจันทร์ 200,000 คน จากโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน “

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Workpoint



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook