โซเชียล Share0 Tweet

จารุชาติ พยานปากเอก บอส ทายาทกระทิงแดง กับ 10 ข้อพิรุธ เสียชีวิต

Nabi
จารุชาติ พยานปากเอก บอส ทายาทกระทิงแดง กับ 10 ข้อพิรุธ เสียชีวิต

จากกรณีนายจารุชาติ มาดทอง คนชื่อเดียวนามสกุลเดียวกับที่เป็นพยานปากสำคัญในคดีที่นายวรยุทธ อยู่วิทยา ขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เสียชีวิต เมื่อปี 2555 เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ อดีต รมว.ยุติธรรม ชี้ 10 พิรุธการเสียชีวิตพยานปากเอก

จารุชาติ พยานปากเอก บอส ทายาทกระทิงแดง กับ 10 ข้อพิรุธ เสียชีวิต

คดีบอส อยู่วิทยา ก่อเหตุขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ จนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2555 ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุ ซึ่งภายหลังการเกิดเหตุนั้นไม่มีความคืบหน้าทางคดีความ อีทั้งตัวผู้ต้องหายังได้หลหนีออกนอกประเทศ

ต่อมาอัยการสูงสุดสั่งไม่สั่งฟ้องในข้อหาเมาแล้วขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 กับ บอส อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแดง ทำให้คดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ที่เป็นคดีเดียวที่ยังเหลืออายุความ 7 ปียุติลงไป นำมาสู่การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในคดีของบอส โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ เป็นประธาน ซึ่งเมื่อวันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ได้แถลงความคืบหน้าว่า คดีบอสนั้น สำนวนคดีบกพร่องตั้งแต่แรก ส่งผลให้รูปคดีเสียหายหนัก

จารุชาติ พยานปากเอก บอส ทายาทกระทิงแดง กับ 10 ข้อพิรุธ เสียชีวิต
จารุชาติ พยานปากเอก บอส ทายาทกระทิงแดง กับ 10 ข้อพิรุธ เสียชีวิต

อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 63 มีรายงานว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก โดยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ยุติธรรมกำลังจะกลับมาค้ำจุนชาติ “กรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท” ผมเคยเขียนเรื่องคดี “บอส” ว่ายังมีความหวังกับคณะทำงานชุดที่ท่านนายกฯ ตั้งขึ้น ให้รอดูผลการทำงานไปก่อน

เมื่อวานฟังคำแถลงของอาจารย์วิชา มหาคุณ ประธานคณะทำงานฯ แล้ว ดีใจมากๆ มีความหวังว่าความยุติธรรมกำลังจะกลับมาค้ำจุนชาติอีกครั้ง แต่ “ความยุติธรรมจะกลับมาค้ำจุนชาติ” อีกครั้งจริงๆ อย่างน้อยต้องมีการดำเนินการในเรื่องต่อไปนี้ครับ

จารุชาติ พยานปากเอก บอส ทายาทกระทิงแดง กับ 10 ข้อพิรุธ เสียชีวิต
จารุชาติ พยานปากเอก บอส ทายาทกระทิงแดง กับ 10 ข้อพิรุธ เสียชีวิต

1.เรื่อง “เจตนาย่อมเล็งเห็นผล” ที่ผมเคยเขียนบอกไว้ในคราวก่อน คดีนี้มิใช่แค่เป็นความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายเท่านั้น แต่เป็นการกระทำความผิดแบบ “กรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท”

หมายถึงการกระทำความผิดครั้งเดียวแต่เป็นความผิดตามกฎหมายหลายอย่างพร้อมกัน ซึ่งอีกหนึ่งในความผิดหลายอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกันนี้ คือ ความผิดฐาน “ฆ่าคนตายโดยเจตนา” เพราะมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายการกระทำแบบ “เจตนาย่อมเล็งเห็นผล” และเป็นความผิดที่ยังไม่เคยแจ้งข้อกล่าวหา ไม่เคยสอบสวน และไม่เคยสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องมาก่อน

ที่สำคัญคือยังอยู่ในอายุความที่สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีได้โดยไม่ต้องไปยุ่งกับประเด็นการสั่งไม่ฟ้องในความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ดังนั้น ผู้ที่จะต้องรับช่วงต่อจากคณะของอาจารย์วิชาจะต้องรีบ ดำเนินการในเรื่องนี้โดยด่วนที่สุด

2.เรื่อง “พยานเท็จ” และ “กระบวนการช่วยเหลือผู้กระทำความผิด” จะต้องไม่เป็นมวยล้มต้มคนดูเพราะ “พยานเท็จ” และ “กระบวนการช่วยเหลือผู้กระทำความผิด” เป็นสาเหตุหลักของปัญหา หากไม่จัดการพวกนี้ให้สิ้นซากแบบไม่เว้นหน้าอินทร์หน้าพรหมแล้ว ขบวนการ “พยานเท็จ” และ “กระบวนการช่วยเหลือผู้กระทำความผิด” พวกนี้จะยังคงมีอยู่แบบผีดิบ ที่พร้อมจะคืนชีพทุกครั้งที่มีโอกาส

จารุชาติ พยานปากเอก บอส ทายาทกระทิงแดง กับ 10 ข้อพิรุธ เสียชีวิต

3. เรื่อง “การฆ่าตัดตอนพยาน” กรณีการตายของนายจารุชาติ มาดทอง หนึ่งในพยานระลึกชาติ ที่จู่ๆ ก็เกิดอุบัติเหตุตายอย่างกระทันหันและแปลกประหลาดก่อนที่จะมาให้ถ้อยคำกับกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรเพียง 1 วัน พิรุธเยอะมาก ดังนี้

  • 1.การให้ถ้อยคำของคู่กรณีมีพิรุธ
  • 2.ดูจากภาพวงจรปิด ไม่สามารถแยกได้ชัดว่านายจารุชาติหรือคู่กรณี ใครเป็นคนขับขี่รถมอเตอร์ไซค์นำหน้าหรือใครขับตามหลัง แต่ที่แน่ๆ ไม่มีเหตุผลที่ขณะเกิดเหตุจะต้องขับขี่แทบจะต่อท้ายกันมาโดยแทบจะไม่เว้นระยะห่างเลย จนเกิดการเฉี่ยวชนกันขึ้น คนขับขี่ตามหลังมาชนท้ายคันหน้า หรือคนขับขี่คันหน้าแบรคให้คนขี่ตามหลังชนท้าย
  • 3.หลังเกิดเหตุรถของนายจารุชาติล้มลงตรงที่เกิดเหตุ ดูจากภาพไม่ได้รุนแรงอะไรเลย เพียงแค่รถล้มธรรมดาๆ ตามปกติเหตุการณ์เช่นนี้อย่างมากก็บาดเจ็บสาหัสไม่ถึงกับตาย แต่นายจารุชาติตาย
  • 4.รถคู่กรณีไถลไปตามทางประมาณ 10 เมตร แล้วไปกระแทกกับขอบฟุตบาทเกาะกลางถนน จึงมีแรงกระแทกที่แรงขึ้นทั้งจากความเร็วรถและจากแรงไถล รถคู่กรณีจึงมีแรงกระแทกมากกว่ารถของนายจารุชาติที่เพียงล้มลงกับพื้นตรงที่เกิดเหตุ และตัวคู่กรณีก็ได้รับแรงกระแทกกับขอบฟุตบาททั้งจากน้ำหนักตัว น้ำหนักรถ แรงกระแทกจากความเร็วและแรงลื่นไถลของรถ แต่คู่กรณีแค่บาดเจ็บเล็กน้อย ในขณะที่นายจารุชาติตาย
  • 5.จากภาพวงจรปิด หลังเกิดเหตุมีกลุ่มคนวิ่งกรูกันออกมาจากข้างถนนฝั่งตรงข้ามหลายคน แต่ทุกคนวิ่งตรงไปที่นายจารุชาติ โดยไม่สนใจที่จะเข้าไปดูคู่กรณีที่เกาะกลางถนนเลย เป็นการผิดปกติวิสัยของสามัญชนที่เห็นอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดมาก่อน
  • 6.ไม่ปรากฎข่าวการสอบสวนคนกลุ่มที่วิ่งกรูกันเข้าไปที่นายจารุชาติ และไม่เคยปรากฎข่าวว่าเป็นใคร เห็นเหตุการณ์อย่างไร
  • 7.ไม่เคยปรากฎความชัดเจนว่าใครเป็นผู้นำตัวนายจารุชาติส่งโรงพยาบาล เดินทางไปโรงพยาบาลอย่างไร และโดยรถของใคร
  • 8.พบว่าโทรศัพท์มือถือของนายจารุชาติหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ต่อมาก็พบแต่ถูกทุบทำลาย และต่อมามีผู้แจ้งว่าตนเป็นคนเอาโทรศัพท์ของนายจารุชาติไป อ้างว่ามีรูปตนเองอยู่ในโทรศัพท์ไม่ต้องการให้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นพิรุธและเป็นการกระทำผิดกฎหมายฐานทำลายพยานหลักฐาน โดยเฉพาะเมื่อมีข้อสงสัยว่านายจารุชาติอาจถูกทำให้ตาย แต่ไม่มีการสอบสวนดำเนินคดีชายผู้นี้เลย เป็นพิรุธและผิดปกติวิสัยของการสอบสวนกรณีสงสัยเกี่ยวกับการตาย
  • 9.แม้โทรศัพท์มือถือจะถุกทุบทำลายแต่ในทางปฏิบัติยังสามารถนำไปตรวจสอบและถอดข้อมูลได้ แต่ไม่ปรากฎข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินการเช่นว่านี้เลย
  • 10.การที่บุคคลที่ได้รับอุบัติเหตุและอาจอยู่ในสภาพที่ช่วยตัวเองไม่ได้นั้น เป็นการง่ายที่จะทำให้ตาย เพียงแค่หาวิธีที่ทำให้หายใจไม่ออกธรรมดาๆ ที่ไม่มีร่องรอยเท่านั้น เช่น บีบจมูกอุดปากเบาๆ ก็ไปแล้ว ไม่ต้องบีบคอก็ได้ครับ เรื่องเหล่านี้เคยตรวจสอบหรือสอบสวนกันหรือยัง

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก อีจัน



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook