โซเชียล Share0 Tweet

รัฐบาล เ ร่ ง แ ก้ ปั ญ ห า ความไม่ เ ท่ า เ ที ย ม ระหว่าง เ พ ศ

Nabi
รัฐบาล เ ร่ ง แ ก้ ปั ญ ห า ความไม่ เ ท่ า เ ที ย ม ระหว่าง เ พ ศ

ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ (สทพ.) เร่งแก้ความไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ และ สร้างความตระหนักเรื่องความเท่าเทียมระหว่างเพศในสังคม

รัฐบาล เ ร่ ง แ ก้ ปั ญ ห า ความไม่ เ ท่ า เ ที ย ม ระหว่าง เ พ ศ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ (สทพ.) ซึ่งมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

รัฐบาล เ ร่ ง แ ก้ ปั ญ ห า ความไม่ เ ท่ า เ ที ย ม ระหว่าง เ พ ศ

ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการและการใช้จ่ายงบประมาณของกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ประจำปีงบประมาณ 2565 จำนวน 7.3 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยสี่แผนงาน คือ

  • 1) การขจัดการเลือกปฏิบัติและความไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ
  • 2) การสร้างความตระหนักเรื่องความเท่าเทียมระหว่างเพศในสังคม
  • 3) การสนับสนุนโครงการเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศการบริหาร
  • 4) กองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ
รัฐบาล เ ร่ ง แ ก้ ปั ญ ห า ความไม่ เ ท่ า เ ที ย ม ระหว่าง เ พ ศ

นายจุรินทร์ ยังได้ติดตามเรื่องการดำเนินการวินิจฉัยเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติ/ความไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ซึ่งขณะนี้ ระเบียบใหม่ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นคำร้อง การพิจารณาและการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ได้มีผลบังคับใช้แล้ว โดยคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (วลพ.) ต้องดำเนินการวินิจฉัยเรื่องร้องเรียนให้แล้วเสร็จภายใน 96 วัน นับแต่วันรับเรื่อง

รัฐบาล เ ร่ ง แ ก้ ปั ญ ห า ความไม่ เ ท่ า เ ที ย ม ระหว่าง เ พ ศ

จากเดิมที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ทำให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาที่ล่าช้าจึงเกิดความไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา มีเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการ วลพ. จำนวน 61 เรื่อง โดยมาก เกี่ยวข้องกับ การจำกัดสิทธิการแต่งกายและไว้ทรงผมตามเพศสภาพ ในการเข้าเรียน การสอบวัดผล การฝึกปฏิบัติงาน การเข้าอบรมวิชาชีพ การแต่งกายชุดครุยวิทยฐานะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร

รัฐบาล เ ร่ ง แ ก้ ปั ญ ห า ความไม่ เ ท่ า เ ที ย ม ระหว่าง เ พ ศ

นางสาวรัชดา กล่าวต่อว่า คณะกรรมการฯส่งเสริมให้สังคมปรับหลักคิด มีความเข้าใจ และตระหนักในความสำคัญของความเท่าเทียมระหว่างเพศ เพราะจะเป็นการสร้างความเท่าเทียมในสังคมให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง และได้ดำเนินการผลักดันนโยบายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กร ส่งเสริมให้องค์กรมีนโยบาย กฎระเบียบ และกลไกต่างๆที่เอื้อต่อการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ

ขอบคุณข้อมูลจาก thaigov

ขอบคุณภาพประกอบข่าวเพิ่มเติมจาก pixabay



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook