โซเชียล Share0 Tweet

สั ญ ญ า น ที่ ไ ม่ ค ว ร มองข้าม

Nabi
สั ญ ญ า น ที่ ไ ม่ ค ว ร มองข้าม

หลับใน อาก า ร ห ลั บ ระยะสั้น ๆ แต่สามารถก่อให้เกิด อุ บั ติ เ ห ตุ บนท้องถนนได้ จนถึงขั้น ร้ าย แ ร ง ต่ อชี วิ ต เพราะฉะนั้นอย่ามองข้ามสัญญ า ณเ ตื อ น "หลับใน" หากมีอาการง่วงไม่ควร ฝื น ขั บ ร ถ หรือทำงานที่ เ สี่ ย ง ต่อการเกิดอุ บั ติ เ ห ตุ เนื่องจากอาจทำให้เกิดความ เ สี ย ห า ย แก่ ชี วิ ตและทรัพย์สินได้

สั ญ ญ า น ที่ ไ ม่ ค ว ร มองข้าม

เกือบตลอดทั้งปี 2563 ประเทศไทยได้เจอ วิ ก ฤ ติ ห นั ก ๆ มาแล้วมากมายหลายเรื่อง โดยเฉพาะเจ้าวิกฤติCV-19 ยังส่งผลต่อเนื่องกันข้ามปี 2564 เลยทีเดียว ทีมข่าว 1/4 Special Report ต้องขอให้กำลังใจทุกท่านสามารถฟันฝ่าวิ ก ฤ ต และอุปส ร ร ค ทั้งหลายไปด้วยดี มีความสุขกับครอบครัวในรูปแบบ "ชีวิตวิถีใหม่" ที่ยังต้องปรับตัวให้ได้อีกสักระยะใหญ่

สั ญ ญ า น ที่ ไ ม่ ค ว ร มองข้าม

ในส่วน ปั ญ ห า อุ บั ติ เ ห ตุ ช่วงเทศกาลปีใหม่ หรือช่วงวันหยุดยาวติดต่อกันหลาย ๆ วัน ถือเป็นอีก ปั ญ ห า ใ ห ญ่ ทุกปีหน่วยงานภาครั ฐก็พย า ย า ม ระดมสรรพกำลังทุกรูปแบบเพื่อ "ปิดช่องโ ห ว่" หวังลดการ เ กิ ด อุ บั ติ เ ห ตุ ลดการ สู ญ เ สี ย ไม่ว่าจะ ต า ย- เ จ็ บ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้มีโอกาสเดินทางไปเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่กับครอบครัวแบบมีความสุขทั้งไปและกลับ สิ่งหนึ่งที่เริ่มถูกนำมาหยิบยกอยู่ร่วมในการรณรงค์ป้ อ ง กัน อุ บั ติ เ ห ตุ อีกเรื่อง "อาการห ลั บ ใ น" บางครั้งแม้ผู้ขับขี่ จะอยู่ในอาการหลับใน ช่วงเวลาสั้น ๆ แต่สามารถก่อให้เกิด อุ บั ติ เ ห ตุ ร้ า ย แ ร งอย่าง ไ ม่ ค า ด คิ ด

สั ญ ญ า น ที่ ไ ม่ ค ว ร มองข้าม

โดยจากข้อมูลสถิติการ เ กิ ด อุ บั ติ เ ห ตุ บ นท้องถนนจะพบว่า การหลับในมีส่วน เ กิ ด อุ บั ติ เ ห ตุในขณะขับรถมาเป็น "อันดับที่ 4" รองลงมาจาก 1. เมาแล้วขับ 2. ขับเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด 3. ขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด ภาวะง่วงนอนขณะขับรถ หรือที่เรารู้จักกันดีคือ การหลับใน จึงนับเป็นอีกเรื่องอั น ต ร า ย แบบไม่คาดคิด เพราะการอดนอนอาจส่งผลต่อการ เ กิ ด อุ บั ติ เ ห ตุเช่นเดียวกันกับการดื่มเครื่องดื่มแ อ ล กอ ฮ อล์ ซึ่งมีผลต่อการทำงานของสมอง โดยเฉพาะส่วนประมวลผล ทำให้การตัดสินใจและการตอบสนองช้ าลง จากข้อมูล พบว่าในประเทศไทยผู้ขับขี่มากกว่า 50% เคยประ ส บ ปัญ หาง่วงน อ นขณะขับขี่ยานพาหนะ

สั ญ ญ า น ที่ ไ ม่ ค ว ร มองข้าม

การหลับในสามารถ ค ร่ า ชี วิ ต ได้ในเวลาเพียง 4 วินาที ถ้าหากรถวิ่งด้วยความเร็ว 90 กม./ชม. รถจะวิ่งต่อไปอีก 100 เมตรโดย ที่ไม่มีการควบคุม ลักษณะการชนจึงรุ น แ ร งมากเพราะคนขับไม่ได้หักห ล บหรือเหยี ย บ เบรก ทำให้บาดเจ็บสา หัสหรื อเ สี ย ชี วิ ตได้ทันที

สั ญ ญ า น ที่ ไ ม่ ค ว ร มองข้าม

อย่ามองข้ามสัญญาณเตือน "หลับใน"

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า การหลับใน คือ การหลับในระยะเวลาสั้น ๆ หรือวูบเพียงชั่วครู่ เป็นภาวะที่ร่างกายมีการทำงานลดลง หรือช้าลง อาการพวกนี้จะน่าห่วงในขณะช่วงวิก ฤ ต อาทิ ขับรถ ทำงานโรงงานหรืออยู่ระหว่างกำลังใช้เครื่องไม้เครื่องมือ สาเหตุของการหลับในนั้น คือ ส่วนใหญ่มาจากพักผ่อนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานเป็นกะหรืออาจจะต้องมีการควงเ ว ร คนที่ดื่ ม เ ครื่ อ งดื่ มที่มีแ อ ล ก อ ฮอ ล์ ซึ่งจะน่าห่วง ในพวกคนทำงานกลางคืนและสถานบันเทิงต่าง ๆ คนที่มีโร ค ประ จำ ตั ว เช่น โรคน อน ห ยุดห า ยใ จ ขณะหลับจากการอุ ด กั้ น ก็อาจจะเป็นสาเหตุของการห ลั บใ น ได้ และคนที่รับประทานยาที่ทำให้ง่วง เช่น ย าแก้ห วั ด ย าแ ก้ภู มิแพ้ เป็นต้น

สั ญ ญ า น ที่ ไ ม่ ค ว ร มองข้าม

สั ญ ญ า ณ เ ตื อ น การห ลั บใน ได้แก่ สัญ ญ าณทางร่างกาย เมื่อ ร่างกายกำลังจะเข้าสู่ภาวะหลับใน ร่างกายอาจเกิดอาการ หาวบ่อย กะพริบตาช้า ๆ หรือกะพ ริบตาถี่ ๆ เพื่อให้ตื่น เห็นสิ่งต่าง ๆ ไม่ชัดเจน ร่างกายก ระ ตุ ก หรือลืม ต าไม่ขึ้น ต่อมาคือสัญญาณทา งความคิด เป็นอีกสิ่ง หนึ่งที่อาจ ช่วยให้แน่ ใจว่าร่าง ก าย  กำลังจะหลับใน ซึ่งสังเกตได้จากความคิดของสมอง

สั ญ ญ า น ที่ ไ ม่ ค ว ร มองข้าม

เช่น ไม่สามารถจดจำเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาทีก่อนได้ไม่สามารถจดจ่อกับงานหรือสิ่งที่ทำได้ ความสามารถในการควบคุม อ า ร ม ณ์ ลดลง และตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ ช้า เป็นต้น และสัญญาณจาก พ ฤ ติ ก ร ร ม การขับรถ หาวบ่ อ ยและกะ พ ริ บ ต า ถี่ ๆ ต่อเนื่อง มองข้ามสัญญาณไฟและป้ายจราจร ขับรถส่ายไปมาหรือออกนอกเส้นทาง ความจำหายจำไม่ได้ว่าขับรถผ่านอะไรมาในช่วง 1-2 กิโลเมตรที่ผ่านมา หรือการฝั นร ะ ย ะสั้น ๆ โดยหากมีอาการ เหล่านี้หรือความรู้สึกง่วง ไม่ควรฝืนขั บ ร ถหรือทำงานที่ เ สี่ ย ง ต่อการเกิด อุ บั ติ เ ห ตุ เนื่องจากอาจทำให้เกิดความ เ สี ย ห า ย แ ก่ ชี วิ ต และ ทรัพย์สินได้

สั ญ ญ า น ที่ ไ ม่ ค ว ร มองข้าม

แนะแนวทางป้องกันการหลับใน

นพ.ไพโรจน์ กล่าวต่อว่า วิธีการป้องกันการหลับในที่ดีที่สุดได้แก่ การนอนพักผ่อนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมง อย่างน้อยก่อนวันเดินทาง ทานอาหารแต่พอดี อย่ากินอิ่มจนเกินไป เพราะจะทำให้ง่วงได้ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่ม แ อ  ลก อฮ อ ล์  ก่อนเดินทางไม่ควรกินย าที่มี ฤท ธิ์ทำให้ง่ว ง  ซึ ม จิบน้ำบ่อย ๆ อย่าให้ขาดน้ำ เพราะการขาดน้ำจะทำให้อ่อนเพลียและเหนื่อยล้าง่าย ควรง ดดื่มกาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีก าเฟ อี น เช่น น้ำอัดลม ชา โกโก้ เครื่องดื่มชูกำลัง โดยเฉพาะช่วงบ่ายของวันก่อนเดินทางเพราะจะทำให้นอนหลับยากขึ้นหรือหลับไม่สนิท

สั ญ ญ า น ที่ ไ ม่ ค ว ร มองข้าม

ที่สำคัญในวันเดินทางเมื่อรู้สึก เมื่อยล้าควรจอดรถพักหรือนอนหลับใน จุดที่ปลอดภัย อาจดื่มกาแฟร้อน หรือรับประทานผลไม้รสเปรี้ยวเพื่อช่วยกระตุ้นป ร ะส า ท แต่วิธีนี้จะได้ผลในระยะสั้นเท่านั้น และหากรู้ตัวว่าร่างกายไม่พร้อมไม่ควรเดินทางคนเดียว ควรหาคนนั่งไปเป็นเพื่อนหรือสลับกันขับรถด้วย

อย่างไรก็ตามสถิติ อุ บั ติ เ ห ตุ ของกระทรวงคมนาคม ถึงแม้สาเหตุมาจากอาการหลับใน จะมีเพียงประมาณร้อยละ 5 ของทั้งหมด จาก อุ บั ติ เ ห ตุ ที่เกิด แต่การหลับในไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม เพราะไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อผู้หลับในโดยตรงเท่านั้น แต่ยังทำให้ ผู้โดยสาร หรือ ผู้ที่นั่งอยู่ในรถ และ คู่กรณี ที่ ป ร ะ ส บ อุ บั ติ เ ห ตุ จากสาเหตุหลับใน อาจจ ะ ต้ อ ง เ สี ย ชี วิตหรือบาดเจ็บไปด้วย.

สั ญ ญ า น ที่ ไ ม่ ค ว ร มองข้าม

10 วิธี ช่วยให้นอนมีประสิทธิภาพ

เพื่อการนอนที่ถูกหลักอนามัย (Good Sleep Hygiene) ประกอบด้วย

  • 1.ควรเข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน ทั้งวันทำงานและวันหยุด
  • 2.ไม่ควรงีบในเวลากลางวัน ถ้านอนกลางวันเป็นประจำ ไม่ควรงีบเกิน 30 นาที และไม่ควรงีบหลังบ่าย 15.00 น.
  • 3.หลีกเลี่ยงอาหารและเค รื่ อ ง  ดื่ มที่มีส่วนผสมของก าเฟ อี น เช่น กาแฟ ชา น้ำอัดลม อย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนนอน
  • 4.หลีกเลี่ยงการดื่มแอ ล ก อ ฮ อ ล์ สู บ บุ ห รี่ และอาหารมื้อหนัก รสจัด เ ผ็ ด หรืออาหารหวานอย่างน้อย 4 ชั่วโมง ก่ อ น น อ น
  • 5.ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ ห ลี กเ ลี่ ย งการออกกำลังกายอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนนอน
  • 6.เตียงนอนควรเป็นเตียงที่นอนแล้วสบาย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม ระบายอากาศดี ไม่ควรมีแสงเล็ดลอด เข้ามา และไม่ควรมีเสียงดัง
  • 7.ควรผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล ไม่ควรดูภาพยนตร์ตื่นเต้น สยองขวัญก่อนนอน
  • 8.ควรใช้ห้องนอนเพื่อการนอนและกิจกรรมทา งเ พ ศ เท่านั้น อย่าใช้ห้องนอนและเตียงนอนเป็นที่ทำงาน เล่นโทรศัพท์มือถือ ดูโทรทัศน์
  • 9.หากนอนไม่หลับภายใน 30 นาที ควรลุกจากที่นอนทำกิจกรรมเบา ๆ เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลงเบา ๆ แล้ว กลับมานอนใหม่อีกครั้งเมื่อง่วง และ
  • 10.รับแสงแดดให้เพียงพอในตอนเช้าอย่างน้อย 30 นาทีทุกวัน เนื่องจากแสงแดดเป็นตัวควบคุมนาฬิกาชีวิตที่สำคัญ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำติดต่อกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์ จะช่วยให้หลับได้ดี มีความตื่นตัวในเวลากลางวันทำงานได้ดีขึ้น และสุขภาพทางกาย-ใจดีขึ้น
สั ญ ญ า น ที่ ไ ม่ ค ว ร มองข้าม

ขอบคุณข้อมูลจาก สสส.

ขอบคุณภาพประกอบข่าวเพิ่มเติมจาก pixabay



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook